พลิกโฉม 28 ปี สนามบินแม่ฟ้าหลวงเชียงราย ทอท. กางแผน 2 ช่วง รีโนเวตสไตล์ล้านนารับ 6 ล้านคนต่อปี

Summaryสรุปประเด็นสำคัญ
  • ทอท. จัดประชุมรับฟังความคิดเห็น EIA ครั้งที่ 2 เพื่อกางโรดแมปพัฒนาท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ในรอบ 28 ปี
  • แผนแบ่งเป็น 2 ช่วง คือช่วงปี 2569–2571 รีโนเวตอาคารเดิม และช่วงปี 2571–2577 ก่อสร้างขยายรับผู้โดยสาร 6 ล้านคนต่อปี
  • สถาปัตยกรรมภายในออกแบบภายใต้แนวคิด “Modern Lanna” ใช้ทรงจั่วล้านนาและโทนไม้ธรรมชาติ ให้ความรู้สึกอบอุ่นโปร่งสบาย
  • นายกฤษฎา พุกะทรัพย์ เข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการคนใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 พร้อมนำทีมขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน
  • ปีงบ 2569 มีผู้โดยสารเกือบ 2 ล้านคน โดยมีสายการบิน Scoot บินตรงสิงคโปร์ และ K-Mile Air ตั้งฐานขนส่งสินค้าทางอากาศเชื่อมจีนและยูเออี

พลิกโฉม 28 ปี สนามบินแม่ฟ้าหลวงเชียงราย ทอท.กางแผน 2 ช่วง รีโนเวตสไตล์ล้านนา ก่อนขยายรับผู้โดยสาร 6 ล้านคนต่อปี เปิดเวทีรับฟังประชาชน ร่างอนาคตสนามบินเชียงรายต่อหน้าสาธารณะ

เชียงราย 5 ตุลาคม 2569 — ห้องประชุมแกรนด์ราชพฤกษ์ โรงแรมทีคการ์เด้น สปารีสอร์ท คึกคักผิดปกติในเช้าวันนั้น เมื่อผู้แทนจากทุกภาคส่วนของจังหวัดเชียงรายมานั่งฟังสิ่งที่หลายคนรอคอยมาหลายปี นั่นคือแผนพัฒนาสนามบินแม่ฟ้าหลวงเชียงรายอย่างจริงจัง

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นประชาชน ครั้งที่ 2 ในโครงการศึกษาและจัดทำรายงานการเปลี่ยนแปลง EIA โครงการพัฒนาท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย โดยมีนายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธาน ส่วนนายกฤษฎา พุกะทรัพย์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงคนใหม่ทำหน้าที่รายงานวัตถุประสงค์ของงาน

ทอท.ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาสองแห่งคือบริษัท ปัญญา คอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัท ซีคอท จำกัด ทำการศึกษาและทบทวน EIA พร้อมออกแบบโครงการพัฒนาระยะที่ 1 ไปพร้อมกัน การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีที่หน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และวงการการบินได้แสดงความเห็น ก่อนที่ทอท.จะนำข้อมูลทั้งหมดไปปรับแบบให้เหมาะสมที่สุด

แผน 2 ช่วง รีโนเวตก่อน แล้วค่อยขยาย

สนามบินแม่ฟ้าหลวงเชียงรายที่เปิดให้บริการมา 28 ปีกำลังได้รับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยทอท.แบ่งแผนออกเป็นสองช่วงที่ชัดเจน

ช่วงแรก ปี 2569 ถึง 2571 เป็นการรีโนเวตอาคารผู้โดยสารหลังเดิม ซึ่งรวมถึงการปรับโถงทางเข้าออก ย้ายเคาน์เตอร์เช็กอินและสายพาน ปรับปรุงห้องน้ำ เปลี่ยนบันไดเลื่อน รวมถึงระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าผู้โดยสารระหว่างประเทศขาเข้า นอกจากนี้ยังมีแผนสร้างแนวรั้วและป้ายทางเข้าใหม่ อาคารรับรองบุคคลพิเศษ VIP และอาคารสำนักงาน

ช่วงที่สอง ปี 2571 ถึง 2577 คือโครงการพัฒนาระยะที่ 1 เต็มรูปแบบ เป้าหมายคือรองรับผู้โดยสารได้ 6 ล้านคนต่อปี จากปัจจุบันที่รับได้ประมาณ 2 ล้านคน เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าตัว ขณะนี้อยู่ระหว่างทำ EIA และออกแบบ

โถงรอขึ้นเครื่องจะเหมือน “นั่งอยู่ใต้ชายคาบ้านล้านนา”

สิ่งที่หลายคนสังเกตได้ชัดจากแผนรีโนเวตคือแนวคิดการออกแบบที่ชื่อว่า Modern Lanna ซึ่งไม่ได้แค่แปะลวดลายล้านนาให้ดูเป็นไทย แต่ดึงเอาจิตวิญญาณของสถาปัตยกรรมล้านนามาใช้จริง

รูปทรงจั่วของบ้านล้านนาถูกนำมาลดรูปให้เรียบสะอาดและทันสมัย โทนสีไม้ธรรมชาติถูกใช้ในโถงพักคอย เพื่อให้ผู้โดยสารรู้สึกเหมือนนั่งพักอยู่ใต้ชายคาบ้านไทยภาคเหนือ ไม่ใช่แค่ห้องรอธรรมดา ส่วนทางเข้าออกอาคารจะเพิ่มช่องเปิดรับแสงธรรมชาติมากขึ้น เพื่อให้สว่างและโปร่งสบายตาตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้ามา

แนวคิดนี้สอดรับกับโปรแกรม CEI หรือ Airport of Art ที่สนามบินจะเปิดพื้นที่ในอาคารให้เป็นแกลเลอรีนิทรรศการศิลปวัฒนธรรมเชียงราย โดยร่วมมือกับศิลปินท้องถิ่น สถาบันการศึกษา และหน่วยงานด้านวัฒนธรรมในพื้นที่

ผู้บริหารชุดใหม่รับไม้ 1 ต.ค.2569 พร้อมขับเคลื่อนต่อ

ก่อนจะมีการประชุม EIA เพียงสี่วัน มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นที่สนามบินแม่ฟ้าหลวงก่อนหน้า เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 มีพิธีส่งมอบตำแหน่งผู้อำนวยการอย่างเป็นทางการ โดยนาวาอากาศเอก สกรรจ์ อุดล ที่รักษาการมาตลอด ส่งมอบหน้าที่ให้กับนายกฤษฎา พุกะทรัพย์ ตามคำสั่ง ทอท. ที่ 2120/2569 ลงวันที่ 21 สิงหาคม 2569

ทีมผู้บริหารชุดใหม่ประกอบด้วยนายนพพร พยัพไพร รองผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ และนาวาอากาศเอก เอกสยาม เสาทองหลาง รองผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการและบำรุงรักษา โดยนายกฤษฎาประกาศชัดว่าจะสานต่อการพัฒนาเพื่อให้สนามบินเติบโตอย่างยั่งยืนและโปร่งใส

ตัวเลขปีงบ 2569 เที่ยวบินทรง ผู้โดยสารเกือบ 2 ล้าน แต่สัญญาณใหม่น่าจับตา

สถิติการเดินทางทางอากาศตลอดปีงบประมาณ 2569 ตั้งแต่ตุลาคม 2568 ถึงกันยายน 2569 แสดงให้เห็นว่าสนามบินมีเที่ยวบินรวม 12,850 เที่ยว เฉลี่ยวันละ 34 เที่ยว ลดลงเล็กน้อยร้อยละ 0.50 จากปีก่อน ขณะที่จำนวนผู้โดยสารรวม 1,936,581 คน ลดลงร้อยละ 0.54 ตัวเลขทั้งสองไม่ได้ดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้แย่ลงมากนัก

สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลขรวมคือของใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น สายการบิน Scoot เปิดเส้นทางตรงสิงคโปร์-เชียงราย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 และยังคงบินอยู่ต่อเนื่อง ที่น่าสนใจคืออัตราการบรรทุกผู้โดยสารบนเส้นทางนี้กระโดดจากร้อยละ 60 ขึ้นมาเกินร้อยละ 80 สะท้อนว่ามีความต้องการเดินทางตรงระหว่างสองเมืองสูงกว่าที่หลายคนคาดไว้

และที่โดดเด่นกว่านั้นคือบริษัท เค-ไมล์ แอร์ สายการบินขนส่งสินค้าของไทย เลือกเชียงรายเป็นฐานปฏิบัติการขนส่งสินค้าทางอากาศ เชื่อมเส้นทางไปยังสนามบินเซินเจิ้นในจีนและสนามบินนานาชาติซายิดในอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าสนามบินแม่ฟ้าหลวงไม่ได้อยู่ในเรดาร์แค่ในฐานะสนามบินท่องเที่ยวอีกต่อไป

เทคโนโลยีในมือ รางวัลในกระเป๋า แต่เป้าหมายยังอีกไกล

ด้านเทคโนโลยี สนามบินนำระบบ CUPPS มาใช้แล้ว ซึ่งช่วยให้ผู้โดยสารจัดการขั้นตอนเช็กอินได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่ ลดความแออัดบริเวณเคาน์เตอร์ได้ชัดเจน นอกจากนี้ยังได้รับการรับรองมาตรฐาน Airport Customer Experience ระดับ 3 จาก Airports Council International หรือ ACI World ซึ่งเป็นองค์กรที่ดูแลมาตรฐานสนามบินทั่วโลก

ด้านความยั่งยืน มีแผนติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ และเปิดพื้นที่โดยรอบสนามบินให้ประชาชนใช้ออกกำลังกาย รวมถึงโครงการสอนภาษาอังกฤษแก่เด็กและเยาวชนในชุมชนโดยรอบ ภายใต้ชื่อ AOT HAPPY Weekend

ภาพที่กำลังเกิดขึ้นคือสนามบินที่อยู่กับที่มา 28 ปี กำลังเริ่มขยับตัวอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนหน้าตาอาคาร การดึงสายการบินใหม่เข้ามา หรือการเตรียมรองรับผู้โดยสารที่มากกว่าเดิม 3 เท่าในอีก 8 ปีข้างหน้า คำถามคือจังหวัดเชียงรายพร้อมเติบโตไปด้วยกันกับสนามบินหรือไม่

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :