ทอท. ปลื้ม ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย คว้าเกียรติยศระดับยอดเยี่ยม มาตรฐานสิ่งแวดล้อม EIA ยั่งยืน


Summary


ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย คว้ารางวัลยอดเยี่ยม EIA Monitoring Awards 2026 ตอกย้ำมาตรฐานสิ่งแวดล้อมต่อเนื่อง 8 ครั้งในรอบ 20 ปี

เชียงราย,10 กันยายน 2569  – โรงแรมรามา การ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร พลตำรวจตรี นันทชาติ ศุภมงคล ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล EIA Symposium and Monitoring Awards 2026 ภายใต้แนวคิด “SHAPING SUSTAINABLE TOMORROW พัฒนาสมดุล สู่อนาคตที่ยั่งยืน” จัดโดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ สผ. ซึ่งในปีนี้ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ภายใต้การบริหารงานของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ได้รับการประกาศเกียรติคุณให้รับรางวัลประเภท “ยอดเยี่ยม” ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดของโครงการ โดยมีนาวาอากาศเอก สกรรจ์ อุดล ผู้เชี่ยวชาญ 9 และรักษาการผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย เป็นผู้แทนเข้ารับรางวัล

ในงานเดียวกันนี้ ท่าอากาศยานในเครือ ทอท. อีกสองแห่งก็ได้รับรางวัลเช่นกัน โดยท่าอากาศยานดอนเมืองได้รับรางวัลระดับดีเด่น มีนายภิเษก ชยาภิวุฒ รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง สายงานบำรุงรักษา เป็นผู้แทนรับมอบ ส่วนท่าอากาศยานภูเก็ตได้รับรางวัลระดับชมเชย โดยมีนายมนต์ชัย ตะโหนด ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต เข้ารับรางวัล

รางวัลที่ต้องพิสูจน์ความต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ผลงานปีเดียว

การจะได้รับรางวัลระดับยอดเยี่ยมนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเงื่อนไขของคณะกรรมการกำหนดไว้อย่างเข้มงวดว่า โครงการที่จะได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงในระดับนี้ ต้องเป็นโครงการที่เคยผ่านการประเมินและได้รับรางวัลในระดับดีเด่นหรือยอดเยี่ยมในการประเมินครั้งล่าสุดมาแล้ว เพื่อกรองหาสถานประกอบการที่แสดงความต่อเนื่องและความยั่งยืนของระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงการจัดฉากเพื่อรับรางวัลในระยะสั้น

เมื่อย้อนดูประวัติของท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย จะพบว่าเคยได้รับรางวัล EIA Monitoring Awards มาแล้วถึง 8 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2549, 2550, 2552, 2554, 2557, 2559, 2564 และ 2567 ก่อนจะมาถึงจุดสูงสุดในปี 2569 นี้ นับเป็นระยะเวลาเกือบ 20 ปีที่องค์กรรักษามาตรฐานการปฏิบัติตามมาตรการรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมไว้ได้อย่างต่อเนื่อง

ในปีนี้มีโครงการทั่วประเทศที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกและเข้ารับรางวัลรวมทั้งสิ้น 87 โครงการ แบ่งเป็นโครงการหน่วยงานรัฐและโครงสร้างพื้นฐาน 22 โครงการ โครงการด้านการทำเหมืองแร่ 18 โครงการ โครงการด้านพัฒนาปิโตรเลียม 14 โครงการ และโครงการด้านพลังงาน 33 โครงการ โดยนอกจากท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงรายแล้ว ยังมีองค์กรชั้นนำอื่นที่ได้รับการเชิดชูเกียรติ เช่น บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ที่คว้ารางวัลดีเด่นถึง 7 รางวัล การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้รับ 4 รางวัล บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ได้รับ 7 รางวัล และกรมชลประทานได้รับ 2 รางวัล

จัดการเสียงเครื่องบินอย่างไร ไม่ให้รบกวนชุมชน

หนึ่งในความท้าทายที่หลีกเลี่ยงได้ยากที่สุดสำหรับกิจการท่าอากาศยานคือมลพิษทางเสียง ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ดำเนินการภายใต้หลักการจัดการปัญหามลพิษทางเสียงอย่างสมดุลตามมาตรฐานที่แนะนำโดยองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ซึ่งประกอบด้วยสี่แนวทางหลัก เริ่มจากการรณรงค์ให้สายการบินพันธมิตรเลือกใช้อากาศยานรุ่นใหม่ที่มีเครื่องยนต์เงียบและกำหนดน้ำหนักบรรทุกให้เหมาะสม ตามด้วยการบูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นในการจัดทำแผนที่เส้นชั้นเสียง เพื่อป้องกันไม่ให้มีการสร้างที่อยู่อาศัยหนาแน่น โรงพยาบาล หรือโรงเรียนในแนวเส้นทางขึ้นลงของเครื่องบิน

นอกจากนี้ยังมีการร่วมมือกับบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ในการกำหนดวิถีร่อนและเทคนิคการบินเพื่อลดเสียง เช่น การปฏิบัติการบินลดระดับเพดานบินต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีข้อจำกัดในการปฏิบัติการที่เข้มงวด ห้ามอากาศยานที่มีระดับเสียงเกินเกณฑ์มาตรฐานเข้ามาทำการบินในพื้นที่ และจำกัดช่วงเวลาการสตาร์ทและทดสอบเครื่องยนต์ไม่ให้รบกวนเวลาพักผ่อนของประชาชน ทั้งหมดนี้ถูกเฝ้าระวังผ่านระบบตรวจวัดระดับเสียงทั้งสถานีถาวรที่เชื่อมต่อข้อมูลตลอด 24 ชั่วโมง และสถานีตรวจวัดชั่วคราวที่เก็บตัวอย่างปีละ 2 ครั้ง ครั้งละ 7 วันต่อเนื่อง

น้ำเสียที่นำกลับมาใช้ใหม่ และเป้าหมายลดคาร์บอนที่จับต้องได้

ด้านการจัดการน้ำ ระบบบำบัดน้ำเสียส่วนกลางของท่าอากาศยานถูกออกแบบมาให้รองรับน้ำเสียจากอาคารผู้โดยสาร อาคารสำนักงาน ภัตตาคาร และพื้นที่บริการภาคพื้นดิน โดย ทอท. ตั้งเป้าหมายเพิ่มปริมาณการใช้น้ำหมุนเวียนให้ได้ร้อยละ 20 จากปีฐาน 2567 ภายในปี 2571 น้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วจะถูกนำกลับมาใช้รดน้ำต้นไม้ ชำระล้างลานจอดรถ และระบบหล่อเย็น

ในด้านการลดคาร์บอน ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ได้รับการรับรองมาตรฐานการบริหารจัดการคาร์บอน หรือ Airport Carbon Accreditation จากสภาท่าอากาศยานสากล ในระดับที่ 3 หรือระดับ Optimisation ซึ่งหมายความว่านอกจากจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานทางตรงของตนเองได้แล้ว ยังขยายความร่วมมือไปถึงสายการบิน บริษัทผู้ให้บริการภาคพื้นดิน และผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะด้วย โดย ทอท. ตั้งเป้าลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อจำนวนผู้โดยสารลงร้อยละ 5 ในปี 2568 ร้อยละ 10 ในปี 2569 และร้อยละ 20 ภายในปี 2571

พลังงานแสงอาทิตย์ 8.49 เมกะวัตต์ และแผนมุ่งสู่ Net Zero ปี 2570

ภายใต้นโยบาย Green Airport ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ได้ทยอยเปลี่ยนระบบไฟส่องสว่างทั้งหมดเป็น LED ตั้งแต่ภายในอาคารผู้โดยสารไปจนถึงไฟสัญญาณด้านการบินบนทางขับ พร้อมติดตั้งเครื่องทำความเย็นประสิทธิภาพสูงและระบบอาคารอัตโนมัติที่ควบคุมการใช้พลังงานให้สอดคล้องกับความหนาแน่นของผู้โดยสารในแต่ละช่วงเวลา

โครงการที่โดดเด่นที่สุดคือการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่ง ทอท. วางเป้าหมายกำลังการผลิตสำหรับท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ไว้ที่ 8.49 เมกะวัตต์ เทียบกับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่ตั้งเป้ารวม 37.819 เมกะวัตต์ และท่าอากาศยานหาดใหญ่ที่ 16.92 เมกะวัตต์ โดยในภาพรวมทั้งเครือข่าย การติดตั้งระบบเหล่านี้คาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ประมาณ 1,841 ล้านบาทต่อปี ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้เป้าหมายใหญ่ของ ทอท. ที่ต้องการยกระดับท่าอากาศยานในสังกัดทั้ง 6 แห่งสู่การเป็นท่าอากาศยานสากลชั้นนำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และนำพากิจการไปสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2570

ขยายจาก 3 ล้านคน สู่ 8 ล้านคนต่อปี พร้อมศูนย์ซ่อมอากาศยาน

เพื่อรองรับการเติบโตของภูมิภาค ทอท. ได้อนุมัติแผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ระยะที่ 1 ดำเนินการช่วงปี 2564 ถึง 2568 และแผนก่อสร้างต่อเนื่องถึงปี 2571 โดยมีเป้าหมายขยายขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารจากเดิม 3 ล้านคนต่อปี เป็น 8 ล้านคนต่อปี และคาดการณ์ไปถึงปี 2580 เพื่อรองรับผู้โดยสารสูงสุดที่ 11 ล้านคนต่อปี แผนงานครอบคลุมทั้งการก่อสร้างทางขับขนาน การขยายลานจอดอากาศยาน ระบบเติมน้ำมันอากาศยานทางท่อ การก่อสร้างอาคารผู้โดยสารภายในประเทศหลังใหม่ และการปรับปรุงอาคารเดิมให้เป็นอาคารระหว่างประเทศเต็มรูปแบบ

จุดที่น่าจับตามองเป็นพิเศษคือการบรรจุโครงการจัดตั้งศูนย์ซ่อมอากาศยาน หรือ MRO เข้าไว้ในแผนแม่บท ซึ่งจะทำหน้าที่ดึงดูดสายการบินต่างๆ ทั่วภูมิภาคให้นำอากาศยานเข้ามาซ่อมบำรุงที่เชียงราย แต่เนื่องจากศูนย์ MRO มีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมสูงกว่าการดำเนินงานสนามบินตามปกติ โดยเฉพาะมลพิษทางเสียงจากการทดสอบเครื่องยนต์และความเสี่ยงจากการใช้สารเคมีในกระบวนการซ่อมบำรุง ท่าอากาศยานจึงต้องจัดทำรายงานการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการในรายงาน EIA ฉบับปรับปรุงโดยเฉพาะ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการผู้ชำนาญการของ สผ. พร้อมกำหนดมาตรการเข้มงวดเพิ่มเติม เช่น การจำกัดการใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองของอากาศยานขณะจอด โดยให้เปลี่ยนมาใช้ระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าจากภาคพื้นดินแทน รวมถึงการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ อาทิ องค์การบริหารส่วนตำบลริมกก และเทศบาลตำบลเวียงเหนือ อำเภอเวียงชัย

เมื่อรางวัลสะท้อนความพร้อมของเชียงรายในฐานะศูนย์กลางการบินรอง

การรักษามาตรฐาน EIA อย่างต่อเนื่องของท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ไม่ได้มีความหมายเพียงในมิติสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจของภาคเหนือตอนบนโดยตรง เพราะการขยายขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารและการมีศูนย์ MRO ที่ได้มาตรฐานสิ่งแวดล้อม จะเป็นปัจจัยดึงดูดสายการบินที่ผูกพันตามข้อตกลงความยั่งยืนระหว่างประเทศ เช่น ข้อตกลง CORSIA ของ ICAO ให้เลือกใช้บริการท่าอากาศยานที่มีโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวรองรับ ซึ่งจะตามมาด้วยการจ้างงานทักษะสูงและการกระตุ้นห่วงโซ่อุปทานในพื้นที่

โครงการพัฒนาระยะที่ 1 ที่กำลังดำเนินอยู่ ประกอบกับการได้รางวัลระดับยอดเยี่ยมในปีนี้ จึงเป็นทั้งบทพิสูจน์ความพร้อมด้านสิ่งแวดล้อมและสัญญาณว่าท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย กำลังขยับสถานะจากจุดหมายปลายทางทางเลือก ไปสู่การเป็นศูนย์กลางการบินรองของภาคเหนืออย่างเต็มรูปแบบในอนาคตอันใกล้

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :