เทศบาลนครเชียงรายผงาดแชมป์ระดับประเทศสมัยที่ 5 คว้า 71 รางวัล เวทีมหกรรมการจัดการศึกษาท้องถิ่น 2569


Summary


เชียงรายยืนหนึ่งประเทศ คว้าถ้วยพระราชทานสมัยที่ 5 กวาด 71 รางวัล เวทีทักษะวิชาการท้องถิ่นระดับชาติที่ระยอง

เชียงราย,30 สิงหาคม 2569 – เทศบาลนครเชียงรายสร้างผลงานโดดเด่นในการแข่งขันทักษะวิชาการและงานมหกรรมการจัดการศึกษาท้องถิ่น ระดับประเทศ ครั้งที่ 15 ประจำปี 2569 ที่จังหวัดระยอง หลังคว้ารางวัลรวม 71 รางวัล และขึ้นอันดับ 1 ของตารางสรุปผลชิงถ้วยพระราชทาน ขณะที่กรุงเทพมหานครตามมาเป็นอันดับ 2 ด้วย 49 รางวัล และเทศบาลนครนครศรีธรรมราชกับเทศบาลนครอุดรธานีอยู่ที่ 31 รางวัลเท่ากัน

ตัวเลขจากระบบผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการระบุว่า เทศบาลนครเชียงรายคว้า 18 รางวัลชนะเลิศ 7 รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และ 3 รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 พร้อมรางวัลชมเชยและผลงานในรายการอื่น รวมทั้งสิ้น 71 รางวัล ส่วนภาพสรุปผลชิงถ้วยพระราชทานที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 เวลา 12.00 น. ก็จัดให้เทศบาลนครเชียงรายอยู่ในลำดับ 1 ของประเทศอย่างชัดเจน

ความสำเร็จครั้งนี้ทำให้เทศบาลนครเชียงรายระบุว่าสามารถคว้าแชมป์ระดับประเทศได้เป็น สมัยที่ 5 พร้อมน้อมอัญเชิญถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลังการแข่งขันระหว่างวันที่ 24–27 สิงหาคม 2569 โดยนายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย เป็นผู้เข้ารับถ้วยพระราชทานเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์

จาก 380 อปท. 804 โรงเรียน เชียงรายขึ้นอันดับ 1

การแข่งขันปีนี้จัดขึ้นภายใต้ชื่องาน “NEXT GEN Education” โดยเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของการแข่งขันระบุว่ามีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วม 380 แห่ง โรงเรียน 804 แห่ง และผู้เข้าแข่งขันเกือบ 10,000 คน ครอบคลุมการแข่งขันทั้งภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาต่างประเทศ ศิลปะ สังคมศึกษา สุขศึกษา การงานอาชีพ ปฐมวัย PISA และสาขาอื่น ๆ

เมื่อเทียบผลรวมระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาลนครเชียงรายมี 71 รางวัล มากกว่ากรุงเทพมหานครซึ่งได้ 49 รางวัลอยู่ 22 รางวัล ขณะที่จำนวนรางวัลชนะเลิศของเชียงรายอยู่ที่ 18 รายการ หรือมากกว่ากรุงเทพมหานครซึ่งได้ 9 รายการถึงสองเท่า

อย่างไรก็ตาม จุดที่ควรสื่อสารให้แม่นคือ ในข้อมูลข้อความประชาสัมพันธ์ที่ให้มามีการระบุ “รองชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 17 รางวัล” แต่ตารางผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการและภาพสรุปคะแนนชิงถ้วยพระราชทานแสดงตัวเลข รองชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 7 รางวัล ไม่ใช่ 17 รางวัล ดังนั้น การรายงานข่าวควรยึดตัวเลข 18–7–3 ตามระบบผลการแข่งขันกลาง เพื่อไม่ให้ยอดรางวัลคลาดเคลื่อน

71 รางวัลไม่ได้มาจากการแข่งขันประเภทเดียว แต่กระจายหลายสาขา

ความหมายของอันดับ 1 ครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่การมีเด็กหรือทีมใดทีมหนึ่งชนะเพียงรายการเดียว เพราะการแข่งขันระดับประเทศขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประกอบด้วยหลายหมวด ตั้งแต่วิชาการพื้นฐานไปจนถึงศิลปะ ทักษะอาชีพ สุขศึกษา และการประเมินเชิงสมรรถนะ

การที่เทศบาลนครเชียงรายสะสมคะแนนและรางวัลรวมได้มากที่สุดจึงสะท้อน “ความกว้าง” ของผลงานมากกว่าความสำเร็จเฉพาะด้าน กล่าวคือระบบโรงเรียนในสังกัดสามารถส่งนักเรียนเข้าแข่งขันได้หลายประเภทและทำผลงานในระดับสูงได้พร้อมกัน

หากต้องการประเมินคุณภาพของระบบอย่างจริงจัง สิ่งที่ควรเปิดต่อจากยอดรวม 71 รางวัลคือรายชื่อ 18 รายการชนะเลิศว่าอยู่ในวิชาและระดับชั้นใด โรงเรียนใดเป็นเจ้าของผลงาน และมีรายการใดที่เทศบาลเชียงรายทำได้ต่อเนื่องจากปีก่อน เพราะข้อมูลเหล่านี้จะช่วยแยกให้เห็นว่า จุดแข็งของระบบการศึกษาท้องถิ่นเชียงรายอยู่ตรงไหนจริง

แชมป์ 5 สมัย” ต้องมองมากกว่าถ้วย ต้องถามว่าระบบสร้างเด็กอย่างไร

เทศบาลนครเชียงรายเชื่อมความสำเร็จครั้งนี้กับนโยบาย “พัฒนาคน สู่การพัฒนาเมือง” ของนายวันชัย จงสุทธานามณี โดยระบุว่าการพัฒนาการศึกษาเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมากกว่า 20 ปี ผ่านการทำงานร่วมกันของผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน

หากมองในมุม City Development แนวคิดดังกล่าวมีน้ำหนัก เพราะท้องถิ่นไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้างถนนหรือจัดบริการสาธารณะ แต่มีโรงเรียนในสังกัดเป็นหนึ่งในเครื่องมือสร้างทุนมนุษย์ของเมือง การลงทุนกับคุณภาพครู หลักสูตร เทคโนโลยี กีฬา ศิลปะ และการแข่งขันจึงสามารถส่งผลกลับมายังคุณภาพแรงงานและเศรษฐกิจของเมืองในระยะยาวได้

แต่การได้ถ้วย 5 สมัยยังไม่ควรถูกใช้เป็นข้อสรุปว่า “คุณภาพการศึกษาทั้งระบบดีที่สุดในประเทศ” เพราะการแข่งขันนี้วัดผลงานของผู้เข้าแข่งขันในหมวดที่กำหนด ไม่ได้วัดตัวแปรทั้งหมดของการศึกษา เช่น ความเหลื่อมล้ำ ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนทุกคน อัตราการหลุดจากระบบ คุณภาพชีวิตในโรงเรียน หรือโอกาสหลังจบการศึกษา

ถ้อยคำที่แม่นกว่าคือ เทศบาลนครเชียงรายสร้างผลงานโดดเด่นที่สุดใน การแข่งขันทักษะวิชาการและมหกรรมการจัดการศึกษาท้องถิ่นระดับประเทศ ครั้งที่ 15 ตามระบบคะแนนของรายการนี้

ก่อนชนะในวันที่ 27 สิงหาคม ทีมบริหารลงพื้นที่ให้กำลังใจตั้งแต่วันที่ 25

สองวันก่อนประกาศผล วันที่ 25 สิงหาคม นางสาววรรณพัชร จินดาขัด รองนายกเทศมนตรีนครเชียงราย นายณรงค์ศักดิ์ เตือนสกุล ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี พร้อมผู้บริหารสำนักการศึกษาและสถานศึกษา เดินทางไปให้กำลังใจนักเรียนและครูที่เข้าร่วมการแข่งขันในจังหวัดระยอง

การลงพื้นที่ในช่วงการแข่งขันสะท้อนว่าทีมจากเชียงรายไม่ได้ถูกส่งไปในฐานะผู้เข้าแข่งขันรายบุคคล แต่มีโครงสร้างสนับสนุนจากส่วนกลางของเทศบาล ทั้งผู้บริหาร การศึกษา โรงเรียน ครู และผู้ปกครองเดินทางไปเป็นเครือข่ายเดียวกัน

ในงานแข่งขันเยาวชนระดับประเทศ สิ่งที่อยู่หลังเหรียญหรืออันดับจึงไม่ใช่เพียงเด็กที่ยืนบนเวที แต่รวมถึงการคัดเลือก การฝึกซ้อม การเดินทาง งบประมาณ การจัดตารางเรียน และการดูแลของครอบครัว ซึ่งทั้งหมดเป็นต้นทุนของการพัฒนาเด็กที่ไม่ปรากฏอยู่ในตารางคะแนน

นายวันชัยกล่าวขอบคุณนักเรียน ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้ปกครอง และทุกภาคส่วนที่ร่วมสร้างชื่อเสียงให้เชียงราย พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าพัฒนาการศึกษาเพื่อสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนต่อไป

ข้อได้เปรียบของท้องถิ่นคือ “บริหารโรงเรียนใกล้เมือง” แต่ต้องพิสูจน์ด้วยผลลัพธ์ระยะยาว

กรณีของเทศบาลนครเชียงรายน่าสนใจในมุมการกระจายอำนาจทางการศึกษา เพราะโรงเรียนท้องถิ่นอยู่ภายใต้หน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบเมืองโดยตรง ทำให้ในทางหลักการสามารถเชื่อมการศึกษาเข้ากับโจทย์ของพื้นที่ได้เร็วกว่าโครงสร้างที่รวมศูนย์ทั้งหมด

ตัวอย่างเช่น เมืองที่ต้องการพัฒนา Creative Economy สามารถสนับสนุนศิลปะ ดนตรี และการออกแบบ เมืองท่องเที่ยวสามารถเสริมภาษาและอัตลักษณ์ท้องถิ่น ขณะที่เมืองที่ต้องการรองรับเทคโนโลยีก็สามารถผลักดัน STEM หรือ Digital Skills ให้สัมพันธ์กับทิศทางเศรษฐกิจของพื้นที่ได้

การแข่งขันระดับประเทศจึงเป็นหนึ่งในสนามที่ใช้ตรวจว่าระบบสามารถพัฒนาเด็กให้แข่งขันกับเมืองอื่นได้หรือไม่ แต่ปลายทางของการศึกษาไม่ควรหยุดที่การแข่งขัน หากเด็กที่ได้รับทักษะเหล่านี้สามารถนำกลับไปใช้ในการเรียนต่อ การทำงาน หรือสร้างโอกาสใหม่ในบ้านเกิดได้ จึงจะเชื่อมกับคำว่า “พัฒนาคน สู่การพัฒนาเมือง” อย่างแท้จริง

นี่เป็นโจทย์ที่เทศบาลควรมีข้อมูลติดตามระยะยาว เช่น นักเรียนที่สร้างผลงานระดับประเทศศึกษาต่อด้านใด กลับมาประกอบอาชีพในเชียงรายมากน้อยเพียงใด หรือทุนการศึกษาที่เมืองลงทุนสร้างผลต่ออนาคตของเด็กอย่างไร

อันดับ 1 ต้องแยก “ผลงานแข่งขัน” ออกจาก “คุณภาพทุกโรงเรียน”

การสื่อสารความสำเร็จควรหลีกเลี่ยงกับดักของการนำรางวัลของนักเรียนกลุ่มแข่งขันไปแทนภาพของนักเรียนทุกคน เพราะโดยธรรมชาติ การแข่งขันจะคัดเด็กที่มีความสามารถหรือผ่านการฝึกเฉพาะด้านมาเป็นตัวแทน

ดังนั้น หลังการเฉลิมฉลอง สิ่งที่ควรถามต่อคือองค์ความรู้จากทีมที่ได้รางวัลสามารถถูกส่งกลับไปยังห้องเรียนทั่วไปได้หรือไม่ ครูผู้ฝึกสอนสามารถถ่ายทอดเทคนิคให้ครูคนอื่นได้อย่างไร และเด็กที่ไม่ได้ไปแข่งขันได้รับประโยชน์จากระบบพัฒนานี้ด้วยหรือไม่

หากทำได้ รางวัลระดับประเทศจะมีผลมากกว่าการสร้างชื่อเสียง เพราะกลายเป็น Knowledge Transfer ภายในเครือข่ายโรงเรียนเทศบาล แต่หากความรู้ยังอยู่เฉพาะทีมแข่งขัน ความสำเร็จก็อาจกระจุกตัวอยู่ในคนเพียงบางกลุ่ม

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “ปีหน้าจะได้กี่เหรียญ” แต่คือ ทำอย่างไรให้มาตรฐานของทีมแชมป์กลายเป็นมาตรฐานของห้องเรียน

จาก 71 รางวัล สู่โจทย์ต่อไปของ “นครแห่งการศึกษา”

ตัวเลข 71 รางวัลและตำแหน่งอันดับ 1 ของประเทศเป็นหลักฐานที่ชัดว่าทีมการศึกษาของเทศบาลนครเชียงรายสามารถสร้างผลงานในสนามแข่งขันระดับประเทศได้สูงมาก ขณะที่การคว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 5 ทำให้เรื่องนี้ไม่ใช่ความสำเร็จเพียงปีเดียว หากแต่สะท้อนความต่อเนื่องบางอย่างของระบบที่ควรนำมาศึกษาและถอดบทเรียน

อย่างไรก็ตาม การเรียกเชียงรายว่า “นครแห่งการศึกษา” จะมีความหมายมากที่สุดเมื่อคำนี้ไปไกลกว่าจำนวนถ้วย คือเด็กทุกกลุ่มเข้าถึงโรงเรียนคุณภาพได้ โรงเรียนสามารถปรับตัวกับโลกใหม่ ครูมีศักยภาพ เด็กมีพื้นที่ค้นหาความถนัด และความสำเร็จไม่ถูกจำกัดอยู่เฉพาะผู้ที่ไปแข่งขัน

การแข่งขันครั้งนี้มีผู้เข้าแข่งขันเกือบ 10,000 คนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 380 แห่งและโรงเรียนกว่า 800 แห่ง การขึ้นอันดับ 1 ของเทศบาลนครเชียงรายจึงเป็นผลงานที่มีน้ำหนักในบริบทของการแข่งขันจริง

แต่หลังถ้วยพระราชทานเดินทางกลับเชียงราย สิ่งที่น่าจับตากว่าคือ เทศบาลจะนำชัยชนะครั้งนี้กลับไปเปลี่ยนเป็นอะไรในห้องเรียน หากสามารถถอดองค์ความรู้จาก 18 รายการชนะเลิศ กระจายไปยังครูและโรงเรียนทั้งระบบ และสร้างโอกาสให้เด็กกลุ่มใหม่ก้าวขึ้นมาแทนรุ่นพี่ได้อย่างต่อเนื่อง นั่นจะเป็นคุณค่าที่ใหญ่กว่าคำว่า “แชมป์ 5 สมัย”

เพราะท้ายที่สุด การศึกษาที่แข็งแรงไม่ได้พิสูจน์ตัวเองเฉพาะวันที่เด็กขึ้นรับรางวัล แต่พิสูจน์จากวันที่เด็กทุกคนสามารถนำสิ่งที่เรียนไปสร้างอนาคตของตัวเองและกลับมาสร้างอนาคตของเมืองได้ด้วย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :