ททท. ชูโฮมสเตย์บ้านท่าขันทอง เชียงราย สู่ 55 ชุมชนท่องเที่ยวต้นแบบ ปั้นรายได้คนริมโขงรับยุทธศาสตร์ปี 70

Summaryสรุปประเด็นสำคัญ
  • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คัดเลือกบ้านท่าขันทอง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เข้าสู่เครือข่าย 55 แหล่งท่องเที่ยวชุมชนต้นแบบทั่วประเทศ
  • ชุมชนชูจุดเด่นอัตลักษณ์ “อีสานล้านนา” ผสมผสานหมอลำ เซิ้ง และกลองยาวเข้ากับวิถีชีวิตริมแม่น้ำโขงอย่างลงตัว
  • กิจกรรมไฮไลต์มีทั้งการล่องเรือชมแสงเย็นริมโขง นั่งรถอีต๊อกชมสวนเกษตรดาวอินคา และโปรแกรมสุขภาพ Health & Green Therapy
  • การผลักดันนี้สอดรับกับยุทธศาสตร์การตลาด ททท. ปี 2570 ภายใต้แนวคิด “The Year of Transformation” มุ่งสร้าง Meaningful Destination
  • จังหวัดเชียงรายยังได้รับเลือกเป็น 1 ใน 5 จังหวัดนำร่องสร้างแบรนด์เมืองท่องเที่ยว ช่วยกระจายรายได้ถึงมือชาวบ้านอย่างแท้จริง

ททท. ชูโฮมสเตย์บ้านท่าขันทอง เชียงราย สู่ 55 ชุมชนท่องเที่ยวต้นแบบ ปั้นรายได้คนริมโขงรับยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวปี 2570

เชียงราย 20 ตุลาคม 2569 – จากหมู่บ้านเล็ก ๆ ริมแม่น้ำโขงในอำเภอเชียงแสน สู่หนึ่งในชุมชนที่ ททท. เลือกผลักดันภายใต้เครือข่ายท่องเที่ยว 55 แห่งทั่วประเทศ เปิดโอกาสให้บ้านท่าขันทองขยายตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพ ด้วยเสน่ห์วิถีอีสานล้านนา ล่องเรือชมแม่น้ำโขง อาหารพื้นถิ่น และกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หวังเพิ่มรายได้ให้เจ้าของโฮมสเตย์ คนขับเรือ แม่ครัว และเกษตรกร ขณะเดียวกัน เชียงรายยังอยู่ในแผนสร้างแบรนด์เมืองท่องเที่ยว 5 จังหวัดนำร่องของ ททท. ปี 2570 เพื่อผลักดันการท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ถึงชุมชนอย่างทั่วถึง

บ้านท่าขันทอง ตำบลบ้านแซว อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย กำลังได้รับโอกาสครั้งใหม่ในการขยายตลาดท่องเที่ยว หลังการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. วางชุมชนแห่งนี้ไว้ในเครือข่ายแหล่งท่องเที่ยวชุมชน 55 แห่งทั่วประเทศ ที่เตรียมนำมาต่อยอดภายใต้ยุทธศาสตร์การตลาดท่องเที่ยวปี 2570 ในแนวคิด “The Year of Transformation” โดยมุ่งดึงดูดนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสวิถีชีวิต วัฒนธรรม และประสบการณ์ที่มีความหมาย มากกว่าการเดินทางไปถ่ายภาพตามสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง

สำหรับชาวบ้านท่าขันทอง โอกาสครั้งนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับรายได้ของครัวเรือน เพราะกิจกรรมท่องเที่ยวหนึ่งครั้งสามารถสร้างงานให้คนหลายกลุ่ม ตั้งแต่เจ้าของบ้านพักโฮมสเตย์ ผู้ประกอบอาหารพื้นเมือง คนขับเรือ กลุ่มผลิตสินค้าชุมชน ไปจนถึงเกษตรกรที่นำผลผลิตมาจำหน่ายให้นักท่องเที่ยว

การผลักดันของ ททท. ยังเกิดขึ้นในช่วงที่จังหวัดเชียงรายกำลังพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือ Wellness Tourism ควบคู่กับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวชุมชน ทำให้บ้านท่าขันทองมีโอกาสเชื่อมกิจกรรมริมแม่น้ำโขงเข้ากับตลาดนักท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ ธรรมชาติ และการใช้เวลาอยู่กับคนในท้องถิ่น

บ้านท่าขันทอง จากถิ่นฐานชาวอีสานสู่ชุมชนท่องเที่ยวริมโขง

จุดเด่นของบ้านท่าขันทองอยู่ที่เรื่องราวของผู้คน หมู่บ้านแห่งนี้มีรากฐานจากชาวอีสานที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในจังหวัดเชียงราย ก่อนผสมผสานวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับวิถีล้านนา จนเกิดอัตลักษณ์ที่ชาวบ้านเรียกว่า “อีสานล้านนา”

ฐานข้อมูลชุมชนของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ซึ่งจัดทำเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2566 และตรวจสอบข้อมูลเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2567 ระบุว่า บ้านท่าขันทองได้รับการจัดตั้งเป็นหมู่บ้านในปี 2511 และมีประวัติการพัฒนาด้านเกษตรกรรม การรวมกลุ่มอาชีพ และการอนุรักษ์วัฒนธรรมชุมชนอย่างต่อเนื่อง

ชื่อบ้านท่าขันทองมีความเกี่ยวข้องกับวัดเก่าในพื้นที่ซึ่งเรียกว่า “วัดพระขรรค์ทอง” และวิถีการเดินทางทางเรือในอดีต ชุมชนตั้งอยู่ติดแม่น้ำโขง มีทั้งพื้นที่เกษตรกรรม สวนผลไม้ และกิจกรรมท่องเที่ยวที่ชาวบ้านร่วมกันบริหารจัดการ

ความแตกต่างทางวัฒนธรรมทำให้ผู้มาเยือนได้พบกับการฟ้อนเซิ้ง หมอลำ หมอแคน กลองยาว อาหารอีสาน และวิถีเกษตรกรรมท่ามกลางภูมิประเทศของเชียงราย ซึ่งแตกต่างจากประสบการณ์ท่องเที่ยวล้านนาทั่วไป

บ้านท่าขันทองยังเคยได้รับรางวัลด้านการท่องเที่ยวชุมชนหลายรายการ รวมถึงรางวัลมาตรฐานโฮมสเตย์ไทยและรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย หรือ Thailand Tourism Awards ขณะที่องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ อพท. เคยลงพื้นที่เมื่อวันที่ 20–22 พฤษภาคม 2565 เพื่อร่วมออกแบบกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มมูลค่าสูง กลุ่มประชุมสัมมนา และกลุ่มผู้สูงวัย

ต้นทุนเหล่านี้เป็นพื้นฐานที่ชุมชนสามารถนำมาต่อยอดกับแผนการตลาดปี 2570 โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตดั้งเดิมให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขาดเอกลักษณ์

ล่องเรือชมแสงเย็น เดินคันนา กินอาหารพื้นถิ่น เพิ่มโอกาสทำกินหลายอาชีพ

กิจกรรมที่บ้านท่าขันทองนำเสนอมีตั้งแต่การล่องเรือชมทิวทัศน์แม่น้ำโขงในช่วงเย็น ไปจนถึงการเรียนรู้วิถีเกษตรกรรมและการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสบรรยากาศหมู่บ้านริมแม่น้ำ เรียนรู้การผลิตอาหาร และใช้ชีวิตร่วมกับชุมชนผ่านกิจกรรมที่ออกแบบโดยคนในพื้นที่

กิจกรรมล่องเรือเป็นหนึ่งในบริการที่สามารถกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบอาชีพทางน้ำโดยตรง หากมีนักท่องเที่ยวเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ คนขับเรือและผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องย่อมมีโอกาสเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวนอกเหนือจากอาชีพเดิม

ส่วนกิจกรรมเดินชมคันนาและเรียนรู้เกษตรกรรมสามารถเชื่อมโยงนักท่องเที่ยวกับเกษตรกร ผู้ปลูกข้าวและพืชผัก รวมถึงกลุ่มแปรรูปผลผลิตในหมู่บ้าน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์จากถั่วดาวอินคา ผลไม้ และอาหารพื้นบ้าน

เว็บไซต์ท่องเที่ยวชุมชนของ อพท. ระบุว่า บ้านท่าขันทองมีประสบการณ์ท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งการนั่งรถอีต๊อกชมหมู่บ้าน เยี่ยมสวนเสาวรสและสวนถั่วดาวอินคา เรียนรู้การสีข้าวด้วยวิธีโบราณ ตลอดจนการล่องเรือแม่น้ำโขงและชมศิลปะพื้นบ้าน

กิจกรรมเหล่านี้เปิดโอกาสให้ชุมชนออกแบบโปรแกรมท่องเที่ยวหลายรูปแบบ ทั้งการเที่ยวระยะสั้นและการพักค้างคืน ซึ่งมีโอกาสสร้างการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในหมวดที่พัก อาหาร กิจกรรม และสินค้าชุมชน

ตัวอย่างเช่น นักท่องเที่ยวที่พักหนึ่งคืนอาจใช้บริการโฮมสเตย์ รับประทานอาหารสองถึงสามมื้อ ล่องเรือ และซื้อผลิตภัณฑ์กลับบ้าน รายจ่ายแต่ละส่วนสามารถกระจายไปยังผู้ประกอบอาชีพต่างกัน หากชุมชนมีระบบแบ่งงานและจัดสรรรายได้ที่ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม การได้รับการผลักดันด้านการตลาดยังไม่ใช่หลักประกันว่ารายได้ของชาวบ้านจะเพิ่มขึ้นทันที ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เข้าพัก ระยะเวลาที่นักท่องเที่ยวอยู่ในพื้นที่ การใช้จ่ายจริง และความสามารถของชุมชนในการบริหารต้นทุนร่วมกัน

Health & Green Therapy โอกาสต่อยอดท่องเที่ยวสุขภาพริมแม่น้ำโขง

หนึ่งในกิจกรรมที่บ้านท่าขันทองนำมาใช้ประชาสัมพันธ์คือ Health & Green Therapy ซึ่งชวนผู้มาเยือนพักผ่อนท่ามกลางพื้นที่เกษตรกรรม เดินชมทุ่งนา ใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติ และเรียนรู้วิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชุมชน

กิจกรรมลักษณะนี้สอดคล้องกับตลาดนักท่องเที่ยวที่ต้องการหลีกหนีความเร่งรีบของชีวิตประจำวัน โดยเลือกใช้เวลาพักผ่อนในพื้นที่เงียบสงบ พร้อมรับประทานอาหารท้องถิ่นและทำกิจกรรมเบา ๆ ร่วมกับคนในชุมชน

สำหรับบ้านท่าขันทอง การพัฒนาตลาดท่องเที่ยวสุขภาพสามารถต่อยอดได้จากสิ่งที่มีอยู่แล้ว ทั้งการเดินชมสวน การเรียนรู้วัตถุดิบท้องถิ่น การทำอาหาร และภูมิปัญญาด้านการดูแลสุขภาพพื้นบ้าน โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนก่อสร้างสถานที่ขนาดใหญ่ตั้งแต่ต้น

หากชุมชนสามารถจัดโปรแกรมพักค้างคืนที่มีคุณภาพ รักษาความสะอาดของที่พัก ควบคุมมาตรฐานอาหาร และบริหารกิจกรรมให้เหมาะกับนักท่องเที่ยวแต่ละวัย ก็มีโอกาสขยายไปสู่กลุ่มครอบครัว ผู้สูงวัย และผู้เดินทางที่มีกำลังซื้อสูงขึ้น

แนวทางดังกล่าวยังสอดคล้องกับการประชาสัมพันธ์เชียงรายในฐานะเมืองท่องเที่ยวสุขภาพ ภายใต้แนวคิด “Chiang Rai 5RE เติมเชียงราย ให้ใจได้ฮีล” ซึ่งนำเสนอประสบการณ์ 5 ด้าน ได้แก่ Refresh การใกล้ชิดธรรมชาติ, Relax การพักผ่อน, Retreat การดูแลสุขภาพกายและใจ, Rebalance การสร้างสมดุลผ่านอาหาร และ Recharge การเติมแรงบันดาลใจด้วยศิลปวัฒนธรรม

การนำกิจกรรมของบ้านท่าขันทองมาเชื่อมกับแนวทางดังกล่าวจึงเป็นทางเลือกในการเพิ่มความหลากหลายของโปรแกรมท่องเที่ยวเชียงราย โดยมีประเด็นที่ต้องพิจารณาควบคู่กันคือมาตรฐานบริการ ความปลอดภัย และการรักษาสภาพแวดล้อมริมแม่น้ำโขง

ททท. เปิดแผนปี 2570 เปลี่ยนจากขายสถานที่ สู่ประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวอยากกลับมา

การผลักดันบ้านท่าขันทองเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การตลาดท่องเที่ยวปี 2570 ซึ่ง ททท. ประกาศภายใต้แนวคิด “The Year of Transformation” โดยตั้งเป้าผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวคุณค่าสูงและมีความหมายอันดับหนึ่งของเอเชีย หรือ Asia’s No.1 High-Value & Meaningful Destination

แผนดังกล่าวตั้งเป้าการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 พร้อมปรับสัดส่วนการกระจายนักท่องเที่ยวระหว่างเมืองหลักกับเมืองรองเป็น 60 ต่อ 40 และขยายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่พื้นที่ท่องเที่ยวใหม่ 19 แห่ง

หัวใจของแผนอยู่ที่การเปลี่ยนวิธีแข่งขัน จากเดิมที่เน้นความคุ้มค่าด้านราคา ไปสู่การสร้างประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวรู้สึกคุ้มค่ากับเวลาและเงินที่ใช้จ่าย ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” ซึ่งให้ความสำคัญกับความสุข การพักผ่อน สุขภาพ และความสัมพันธ์กับผู้คนในพื้นที่

ททท. ยังเตรียมใช้แคมเปญ “365 ไทยเที่ยวไทย เที่ยวได้ทั้งปี” และ “สุขทันที ที่เที่ยวไทย เติมเมืองไทย…ให้ใจได้ฮีล” กระตุ้นการเดินทางตลอดทั้งปี ลดการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาล และเปิดโอกาสให้ชุมชนขนาดเล็กเข้าสู่ตลาดมากขึ้น

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวถึงทิศทางดังกล่าวว่า

“การแข่งขันด้านการท่องเที่ยวในอนาคตจะไม่ใช่การแข่งขันว่าใครมีสถานที่สวยกว่า แต่คือการสร้างเหตุผลใหม่ให้ผู้คนอยากออกเดินทาง และทำให้การเดินทางครั้งนั้นมีคุณค่าและความหมายมากที่สุด”

แนวทางนี้ได้รับการประกาศเป็นส่วนหนึ่งของแผนการตลาดปี 2570 โดย ททท. และเผยแพร่ผ่านหน่วยงานภาครัฐเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569

55 ชุมชนทั่วประเทศ เชื่อมมรดกยูเนสโกกับเศรษฐกิจท้องถิ่น

แผนพัฒนาเครือข่ายท่องเที่ยวชุมชนกว่า 55 แห่งทั่วประเทศ จะดำเนินควบคู่กับการใช้เครือข่าย UNESCO Thailand Network เพื่อนำมรดกทางวัฒนธรรม ธรรมชาติ ศิลปะ และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสร้างกิจกรรมท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์

ชุมชนที่อยู่ในแนวทางการส่งเสริมมีทั้งบ้านท่าขันทอง จังหวัดเชียงราย ชุมชนบ่อสวก จังหวัดน่าน บ้านนาต้นจั่น จังหวัดสุโขทัย แม่กำปอง จังหวัดเชียงใหม่ ชุมชนคาทอลิกริมน้ำจันทบูร จังหวัดจันทบุรี บ้านน้ำเชี่ยว จังหวัดตราด และคีรีวง จังหวัดนครศรีธรรมราช

ยังครอบคลุมเกาะพิทักษ์ จังหวัดชุมพร เมืองเก่าภูเก็ต ย่านเมืองเก่าสงขลา ตลาดโก้งโค้ง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และชุมชนริมคลองอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม

แต่ละชุมชนมีต้นทุนแตกต่างกัน บ้านท่าขันทองมีวิถีอีสานล้านนาและแม่น้ำโขงเป็นจุดขาย ขณะที่แม่กำปองมีบรรยากาศหมู่บ้านภูเขา บ้านนาต้นจั่นโดดเด่นด้านวิถีเกษตรและภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่วนชุมชนริมคลองอัมพวาใช้วัฒนธรรมริมน้ำและอาหารพื้นถิ่นสร้างประสบการณ์ให้นักท่องเที่ยว

การแข่งขันจึงขึ้นอยู่กับความสามารถในการออกแบบกิจกรรมและรักษาคุณภาพบริการให้เหมาะกับนักเดินทางแต่ละกลุ่ม

ส่วนเครือข่ายยูเนสโกที่ ททท. เตรียมต่อยอด ครอบคลุมเมืองสร้างสรรค์ 9 จังหวัด แหล่งมรดกโลก 9 แห่ง อุทยานธรณีโลก 2 แห่ง และพื้นที่สงวนชีวมณฑล 5 แห่ง รวมถึงรายการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทย

แหล่งมรดกที่นำมาใช้พัฒนาเส้นทางเรียนรู้ ได้แก่ ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี เมืองโบราณศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง กลุ่มป่าแก่งกระจาน กลุ่มป่าดงพญาเย็น–เขาใหญ่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร–ห้วยขาแข้ง เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัย และนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา

ททท. ต้องการนำเรื่องราวและวิถีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับสถานที่เหล่านี้มาพัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยว เพื่อให้นักเดินทางมีโอกาสเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมผ่านประสบการณ์จริง

ทั้งนี้ การอยู่ในเครือข่ายส่งเสริมการท่องเที่ยว 55 แห่งเป็นคนละเรื่องกับการได้รับสถานะมรดกโลกหรือการรับรองจากยูเนสโกโดยตรง บ้านท่าขันทองจึงต้องได้รับการนำเสนอในฐานะชุมชนท่องเที่ยวที่อยู่ในแผนต่อยอดของ ททท. ไม่ใช่พื้นที่ที่ยูเนสโกขึ้นทะเบียนใหม่

เชียงรายติดโผ 5 จังหวัดนำร่อง สร้างแบรนด์เมืองท่องเที่ยวให้มีเอกลักษณ์

อีกหนึ่งโอกาสของเชียงรายคือการได้รับเลือกอยู่ในกลุ่ม 5 จังหวัดนำร่องที่ ททท. เตรียมพัฒนาภายใต้กลยุทธ์ Signature Destination Branding ประกอบด้วย เชียงราย อุบลราชธานี สงขลา ตราด และสมุทรสงคราม

สำหรับเชียงราย ททท. วางแนวทางต่อยอดศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย อัตลักษณ์ล้านนา และเครือข่ายชุมชนสร้างสรรค์ เพื่อสร้างภาพจำของจังหวัดให้ชัดเจนในตลาดท่องเที่ยว

แนวทางดังกล่าวเปิดโอกาสให้การเดินทางในเชียงรายเชื่อมโยงหลายพื้นที่เข้าด้วยกัน ตั้งแต่การเที่ยวชมงานศิลปะในตัวเมือง การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การเรียนรู้วัฒนธรรมชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ไปจนถึงการพักผ่อนริมแม่น้ำโขงในอำเภอเชียงแสน

บ้านท่าขันทองสามารถเป็นจุดหมายหนึ่งของเส้นทางท่องเที่ยวดังกล่าว โดยนำเสนอประสบการณ์พักโฮมสเตย์ อาหารอีสานล้านนา และกิจกรรมเรียนรู้วิถีเกษตรกรรม ควบคู่กับแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ของเมืองเชียงแสน

หากเกิดการเชื่อมโยงระหว่างผู้ประกอบการนำเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร และชุมชนอย่างเป็นระบบ นักท่องเที่ยวอาจใช้เวลาพำนักในจังหวัดนานขึ้น และมีโอกาสใช้จ่ายกับกิจการท้องถิ่นมากขึ้นตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม รายชื่อ 5 จังหวัดดังกล่าวยังอยู่ภายใต้กระบวนการพิจารณาและจัดสรรงบประมาณของ ททท. ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดในระยะดำเนินงาน

โอกาสรายได้ทั้งปีอยู่ที่การบริหารโฮมสเตย์และกระจายงานให้ทั่วถึง

แม้บ้านท่าขันทองจะมีประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยวชุมชนมาแล้วหลายปี แต่การขยายสู่ตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพต้องอาศัยการจัดการที่รอบคอบ โดยเฉพาะการกำหนดราคาที่เหมาะสม การรับจองที่พัก การรักษามาตรฐานอาหารและที่พัก ตลอดจนความปลอดภัยของกิจกรรมทางน้ำ

ชุมชนจำเป็นต้องมีระบบเชื่อมโยงบริการต่าง ๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนเดินทางได้สะดวก ทั้งการจองห้องพัก โปรแกรมล่องเรือ การรับประทานอาหาร และการร่วมกิจกรรมเรียนรู้วิถีชีวิต

การส่งเสริมให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมยังช่วยลดความเสี่ยงที่รายได้จากการท่องเที่ยวจะกระจุกตัวอยู่เฉพาะผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่ง หากสามารถจัดการหมุนเวียนงานระหว่างสมาชิกได้ เจ้าของโฮมสเตย์ คนทำอาหาร คนขับเรือ กลุ่มแม่บ้าน และเกษตรกรก็จะมีโอกาสได้รับประโยชน์ร่วมกัน

ในด้านการตลาด การนำเสนอเรื่องราววัฒนธรรมอีสานล้านนา กิจกรรมเกษตรปลอดภัย และการใช้ชีวิตริมแม่น้ำโขงผ่านสื่อดิจิทัล สามารถช่วยให้บ้านท่าขันทองเข้าถึงนักท่องเที่ยวที่สนใจประสบการณ์ท้องถิ่นได้ตรงกลุ่มมากขึ้น

แต่การสร้างรายได้ตลอดทั้งปีต้องพิจารณาข้อจำกัดของฤดูกาลด้วย โดยเฉพาะกิจกรรมล่องเรือซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ระดับน้ำ และความปลอดภัยในการเดินเรือ ชุมชนจึงควรมีโปรแกรมบนบกรองรับในช่วงที่ไม่สามารถจัดกิจกรรมทางน้ำได้

ททท. เตรียมวัดผลรายได้จริง ไม่ดูเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยว

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ระบุว่า การประเมินความสำเร็จของ Meaningful Destination จะพิจารณาทั้งจำนวนผู้เยี่ยมเยือน การใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริป ระยะเวลาพำนัก การกระจายรายได้สู่ชุมชน และการรับรู้ภาพลักษณ์ของพื้นที่

ตัวชี้วัดดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับบ้านท่าขันทองโดยตรง เพราะการมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากอาจไม่ได้ทำให้ทุกครัวเรือนมีรายได้เพิ่มขึ้น หากผู้มาเยือนใช้เวลาเพียงช่วงสั้น ๆ หรือซื้อบริการจากผู้ประกอบการภายนอกชุมชนเป็นส่วนใหญ่

ในทางกลับกัน นักท่องเที่ยวที่เลือกพักค้างคืน รับประทานอาหารพื้นบ้าน ใช้บริการล่องเรือ และร่วมกิจกรรมกับชาวบ้าน อาจสร้างรายได้หมุนเวียนให้ชุมชนได้หลายส่วน แม้มีจำนวนผู้เดินทางน้อยกว่า

การติดตามยอดเข้าพัก รายได้จากบริการ และจำนวนครัวเรือนที่ได้รับประโยชน์จึงจะช่วยให้เห็นว่าการส่งเสริมการท่องเที่ยวได้ผลเพียงใด รวมทั้งช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับแผนสนับสนุนได้ตรงกับปัญหาของชุมชน

ผู้ว่าการ ททท. กล่าวถึงเป้าหมายระยะยาวว่า

“เป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนผู้มาเยือน แต่คือการทำให้แต่ละพื้นที่มีคุณค่า มีเรื่องราว และมีเหตุผลที่ทำให้นักท่องเที่ยวอยากกลับมาอีกครั้ง ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างรายได้ที่ยั่งยืนและความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากในระยะยาว”

บ้านท่าขันทองกับโอกาสสร้างเศรษฐกิจชุมชนริมโขง

สำหรับเชียงราย การเดินหน้าส่งเสริมบ้านท่าขันทองในแผนท่องเที่ยวปี 2570 จึงเป็นโอกาสที่จะเพิ่มตลาดให้ชุมชนซึ่งมีพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวอยู่แล้ว และช่วยต่อยอดการพัฒนาของหน่วยงานภาครัฐที่ดำเนินมาต่อเนื่องหลายปี

ชุมชนมีต้นทุนทั้งแม่น้ำโขง วัฒนธรรมอีสานล้านนา อาหารท้องถิ่น การเกษตร และประสบการณ์บริหารโฮมสเตย์ ขณะที่แผนใหม่ของ ททท. จะช่วยเพิ่มช่องทางนำเสนอจุดแข็งเหล่านี้ต่อนักท่องเที่ยวในวงกว้าง

โจทย์ต่อจากนี้อยู่ที่การทำให้โอกาสด้านการตลาดเกิดเป็นรายได้ที่ตรวจสอบได้ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนห้องพักที่ถูกจอง งานบริการที่เพิ่มขึ้น ยอดจำหน่ายสินค้าท้องถิ่น หรือจำนวนครัวเรือนที่มีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยว

หากบ้านท่าขันทองสามารถรักษาเอกลักษณ์ชุมชนและพัฒนาบริการให้ได้มาตรฐาน พร้อมเชื่อมต่อกับเส้นทางท่องเที่ยวเชียงแสนและจังหวัดเชียงรายได้อย่างต่อเนื่อง การท่องเที่ยวอาจช่วยเพิ่มความมั่นคงทางรายได้ให้ชาวบ้านนอกเหนือจากฤดูกาลเกษตรกรรม

ความสำเร็จของแผนนี้จะเห็นได้ชัดที่สุดเมื่อคนในหมู่บ้านมีงานทำมากขึ้น เกษตรกรขายผลผลิตได้เพิ่มขึ้น และรายได้จากการท่องเที่ยวกระจายถึงครัวเรือนที่ร่วมดำเนินกิจกรรมจริง

ข้อมูลติดต่อท่องเที่ยวบ้านท่าขันทอง

นักท่องเที่ยวที่สนใจการพักโฮมสเตย์ กิจกรรมล่องเรือชมแม่น้ำโขง และการท่องเที่ยววิถีชุมชน สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดกับโฮมสเตย์บ้านท่าขันทอง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ทางหมายเลข 081-552-0629 ซึ่งเป็นช่องทางที่ชุมชนประชาสัมพันธ์ไว้ ทั้งนี้ ควรสอบถามราคา ตารางกิจกรรม และเงื่อนไขการเดินทางก่อนจอง

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :