ห่างตัวเมืองแค่ 30 กม. แต่ต้องจุดเทียน ผู้ว่าฯ เชียงราย สั่งทลายคอขวดป่าสงวนเร่งติดไฟบ้านผาสุข

Summaryสรุปประเด็นสำคัญ
  • นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ระดม 10 หน่วยงาน ลงพื้นที่บ้านผาสุข ต.แม่ยาว ตรวจสอบข้อเท็จจริงหลังพบชาวบ้านต้องจุดเทียนใช้ชีวิต
  • บ้านผาสุขมีราษฎรอาศัยอยู่กว่า 200 หลังคาเรือน และต้องตกอยู่ในสภาพไร้ไฟฟ้าส่องสว่างมาตั้งแต่ปี 2566
  • อุปสรรคสำคัญเกิดจากที่ตั้งหมู่บ้านอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ทำให้ระบบจำหน่ายไฟฟ้าของ กฟภ. ขยายเขตไม่ได้ตามระเบียบปกติ
  • ผู้ว่าฯ เร่งรัดสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 2 และ กฟภ. รังวัดแนวเขตเพื่อขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าสงวนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
  • บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT) และ กสทช. เตรียมติดตั้งโครงข่ายปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้เสร็จสิ้นภายในเดือนพฤศจิกายน 2569

ห่างตัวเมืองแค่สามสิบกิโลเมตรแต่ต้องจุดเทียน ผู้ว่าฯ เชียงราย สั่งทลายคอขวดป่าสงวนเร่งติดไฟบ้านผาสุข ดีเดย์เน็ตมาพฤศจิกายนนี้

เชียงราย, 21 ตุลาคม 2569  – พ่อเมืองเชียงรายระดมสิบหน่วยงานลุยขึ้นดอยแม่ยาว ตรวจสอบข้อเท็จจริงหลังภาพชาวบ้านจุดเทียนว่อนโซเชียล พบสองร้อยหลังคาเรือนไร้ไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี 2566 เร่งประสานป่าไม้ปลดล็อกเขตป่าสงวน ด้านโทรคมนาคมแห่งชาติรับปากปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ตมอบเป็นของขวัญปีใหม่

เสียงสะท้อนจากความมืดบนดอยแม่ยาว

ภาพถ่ายของเด็กนักเรียนและผู้สูงอายุที่ต้องมานั่งรวมกลุ่มกันริมถนนลูกรังยามพลบค่ำ เพื่อชูโทรศัพท์มือถือค้นหาสัญญาณคลื่นอินเทอร์เน็ตที่ขาดหาย ควบคู่กับภาพการจุดเทียนไขเพื่อให้แสงสว่างเลือนรางในการหุงต้มอาหารและอ่านหนังสือ กลายเป็นกระแสสะเทือนอารมณ์บนโลกออนไลน์ที่ถูกส่งต่ออย่างกว้างขวาง ภาพสะท้อนดังกล่าวเกิดขึ้นที่บ้านผาสุข หรือบ้านอาดี่ หมู่ที่ 20 ตำบลแม่ยาว อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ชุมชนที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากความเจริญ แต่กลับต้องตกอยู่ในเงามืดไร้แสงสว่างมาเป็นเวลานาน

ความเดือดร้อนที่ถูกเผยแพร่ทำให้ฝ่ายบริหารของจังหวัดเชียงรายไม่อาจนิ่งนอนใจ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 เวลา 15.00 น. นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้สั่งการด่วนมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด บูรณาการการทำงานร่วมกันลงพื้นที่บ้านผาสุข เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมทันที

ผนึกกำลังสิบหน่วยงานลุยพื้นที่ตรวจปมปัญหา

การลงพื้นที่ในครั้งนี้นำโดยฝ่ายปกครองจังหวัดเชียงราย และที่ว่าการอำเภอเมืองเชียงราย ร่วมกับเครือข่ายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 2 (เชียงราย) สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) สำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงราย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดเชียงราย สำนักงาน กสทช. เขต 34 เชียงราย บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือเอ็นที เชียงราย เทศบาลตำบลแม่ยาว สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดเชียงราย ตลอดจนผู้นำท้องที่และผู้นำชุมชน

จากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกในพื้นที่ พบว่าบ้านผาสุขมีประชาชนอาศัยอยู่และกำลังเผชิญความเดือดร้อนจากการไม่มีไฟฟ้าใช้มากถึง 200 หลังคาเรือน โดยชาวบ้านต้องตกอยู่ในสภาพไร้กระแสไฟฟ้าส่องสว่างมาตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมา ปัญหาดังกล่าวมิได้เกิดจากความเพิกเฉย แต่มีสาเหตุหลักมาจากข้อจำกัดทางกฎหมาย เนื่องจากที่ตั้งของหมู่บ้านอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ทำให้โครงการขยายเขตระบบจำหน่ายไฟฟ้าไม่สามารถดำเนินการได้ในทันทีตามระเบียบราชการปกติ

เร่งปลดล็อกป่าสงวนปูทางเดินสายไฟถาวร

นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้มอบนโยบายให้ทุกภาคส่วนตัดขั้นตอนความล่าช้าและประสานงานกันอย่างใกล้ชิด โดยขณะนี้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดเชียงรายมีแผนงานและโครงการจัดตั้งระบบไฟฟ้าสำหรับบ้านผาสุขไว้พร้อมแล้ว ขั้นตอนสำคัญที่อยู่ระหว่างการขับเคลื่อนคือการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย จากสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 2 (เชียงราย)

การที่หน่วยงานป่าไม้และฝ่ายปกครองร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ ช่วยให้เกิดการรังวัดแนวเขตและการตรวจสอบความจำเป็นในการใช้พื้นที่สาธารณูปโภคได้อย่างรวดเร็ว เพื่อนำไปสู่การอนุญาตตามระเบียบที่ถูกต้อง ซึ่งจะเปิดทางให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสามารถเข้าไปปักเสาพาดสายนำกระแสไฟฟ้าเข้ามาเปลี่ยนชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านทั้ง 200 ครอบครัวได้อย่างยั่งยืน

เอ็นทีปักหมุดพฤศจิกายนนี้ปล่อยสัญญาณเน็ตเป็นของขวัญ

ในระหว่างที่กระบวนการขออนุญาตขยายเขตไฟฟ้ากำลังดำเนินไป ทางด้านการติดต่อสื่อสารและระบบสารสนเทศได้รับการตอบรับแก้ไขอย่างฉับพลัน โดยบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือเอ็นที เชียงราย ร่วมกับสำนักงาน กสทช. เขต 34 เชียงราย ได้นำทีมวิศวกรเข้าสำรวจจุดติดตั้งอุปกรณ์และโครงข่าย

ทางเอ็นที เชียงราย ได้ยืนยันแผนการดำเนินงานว่าจะเร่งติดตั้งระบบและปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุมพื้นที่บ้านผาสุขให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 นี้ เพื่อมอบให้เป็นของขวัญปีใหม่ล่วงหน้าแก่พี่น้องประชาชนและเยาวชนในหมู่บ้าน ซึ่งจะช่วยยุติภาพที่เด็กๆ และคนแก่ต้องเสี่ยงอันตรายออกมานั่งริมถนนลูกรังเพื่อหาสัญญาณมือถือ และทำให้ลูกหลานบนดอยแห่งนี้สามารถเชื่อมต่อกับโลกการศึกษาและการติดต่อสื่อสารภายนอกได้อย่างเท่าเทียม

ช่องว่างสามสิบกิโลเมตรและเส้นทางสู่ยอดดอย

ความย้อนแย้งที่น่าสนใจของบ้านผาสุข คือที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงราย บริเวณหอนาฬิกาเปลี่ยนสีหรือย่านใจกลางเมือง เพียงประมาณ 30 ถึง 35 กิโลเมตรเท่านั้น ทว่าการเดินทางกลับต้องเผชิญกับความยากลำบากอย่างยิ่ง เส้นทางเริ่มต้นจากการข้ามแม่น้ำกกเข้าสู่ตำบลแม่ยาว ผ่านชุมชนบ้านห้วยทรายขาว ชุมชนกะเหรี่ยงรวมมิตร ก่อนจะตัดเข้าสู่เส้นทางภูเขาผ่านบ้านแคววัวดำ และบ้านพนาสวรรค์ หมู่ที่ 13 มุ่งหน้าขึ้นสู่เทือกเขาดอยบ่อ

สภาพเส้นทางช่วงขึ้นดอยมีความลาดชันสูง คดเคี้ยวลัดเลาะไปตามหน้าผา บางช่วงเป็นถนนคอนกรีตแคบสลับกับถนนลูกรังที่ชำรุดทรุดโทรมตามสภาพภูมิประเทศบนเขาสูง ยานพาหนะที่เหมาะสมจำเป็นต้องเป็นรถกระบะหรือรถขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น และต้องใช้เวลาเดินทางยาวนานถึง 1 ชั่วโมง ถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง ขึ้นอยู่กับสภาพดินฟ้าอากาศ ความทุรกันดารของเส้นทางนี้เองที่เป็นกำแพงธรรมชาติกั้นขวางการเข้าถึงบริการสาธารณะของรัฐมาโดยตลอด

แสงสว่างแห่งความหวังและการยกระดับคุณภาพชีวิต

จังหวัดเชียงรายได้กำชับให้ผู้นำชุมชนและเทศบาลตำบลแม่ยาว เร่งสื่อสารข้อเท็จจริงและความคืบหน้าของโครงการให้ชาวบ้านผาสุขได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและลดความวิตกกังวล การยื่นมือเข้ามาแก้ปัญหาอย่างบูรณาการของ 10 หน่วยงานในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการดับทุกข์เฉพาะหน้าเรื่องแสงสว่างและสัญญาณโทรศัพท์ แต่ยังเป็นการยืนยันถึงสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนทุกคนพึงได้รับอย่างเสมอภาค

เมื่อกระแสไฟฟ้าและสัญญาณอินเทอร์เน็ตเดินทางขึ้นสู่ยอดดอยผาสุขอย่างสมบูรณ์ ความสว่างไสวจะไม่เพียงช่วยให้เด็กๆ ได้อ่านหนังสืออย่างปลอดภัย แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับระบบสาธารณสุข การจัดเก็บพืชผลการเกษตร และการเปิดประตูสู่การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บนดอยบ่อ ที่จะนำความเจริญและรอยยิ้มกลับคืนสู่ชุมชนบ้านผาสุขอย่างแท้จริง

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :